นวดหน้านวดศีรษะ ลดปวดคอบ่าไหล่

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ปวดคอ บ่า ไหล่

หลายคนมีพฤติกรรมในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดคอ บ่า และไหล่ เช่น

  • นอนคว่ำเป็นประจำ หรือใช้หมอนที่สูงเกินไป

  • สะบัดคอหรือสะบัดผมแรง ๆ

  • ใช้งานคอและไหล่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น หนีบโทรศัพท์กับบ่า เล่นเครื่องดนตรีที่ต้องใช้บ่าหรือคอช่วยพยุง

  • นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ด้วยท่าทางไม่เหมาะสม

  • ทำงานที่ต้องเกร็งไหล่ตลอดเวลา จนคองุ้ม ไหล่งุ้ม ไม่เป็นไปตามหลักสรีระ
    พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเพิ่มแรงกดและความตึงตัวให้กับกล้ามเนื้อคอและบ่า ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย

อาการปวดที่พบบ่อย

  • ปวดคอ
    อาการเริ่มตั้งแต่ท้ายทอย ลามไปต้นคอจนถึงบ่า เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ก้มหน้าใช้งานนาน ๆ จ้องหน้าจอในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือนอนตกหมอน อาการมีตั้งแต่ปวดตึงทั่วไปไปจนถึงปวดเรื้อรัง

  • ปวดบ่า
    อาการอยู่บริเวณระหว่างคอกับไหล่ มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ความเครียด หรือการเกร็งกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยและตึง หากอาการไม่รุนแรง สามารถบรรเทาได้ด้วยการปรับพฤติกรรม

  • ปวดไหล่
    มักรู้สึกเจ็บบริเวณโค้งของไหล่ และอาจลามไปถึงส่วนเชื่อมระหว่างลำตัวกับต้นแขน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม เช่น ออกกำลังกายผิดท่า หรือไม่ยืดเหยียดร่างกายก่อนออกกำลังกาย ทำให้เกิดอาการตึง เจ็บแปลบ หรือปวดเมื่อย

สาเหตุของอาการปวดต้นคอ

  • ใช้กล้ามเนื้อคอผิดวิธีหรือนานเกินไป
    พฤติกรรมอย่างนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ หันคอผิดท่าตอนนอน ก้มหน้าเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือนานเกินไป รวมถึงการนอนกัดฟัน ล้วนทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็งและแข็งตึง จนเกิดอาการปวดต้นคอด้านซ้ายหรือขวาได้

  • การบาดเจ็บกะทันหัน
    เมื่อศีรษะถูกกระชากหรือกระแทกโดยไม่ทันตั้งตัว อาจทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นคอยึด กล้ามเนื้อตึง เคลื่อนไหวคอได้น้อยลง และอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย

  • ภาวะกระดูกต้นคอเสื่อม
    หรือที่เรียกว่า โรคกระดูกสันหลังคอเสื่อม มักพบในผู้สูงอายุ หากการเสื่อมอยู่ใกล้เส้นประสาท อาจมีอาการเจ็บลามไปที่แขน แขนเป็นเหน็บ ชาที่มือและขา แม้กระดูกจะเสื่อมตามวัย แต่บางคนอาจไม่รู้สึกปวดเลยก็ได้

  • กล้ามเนื้อคออักเสบ
    เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น หรือเนื้อเยื่ออ่อน (Polymyalgia Rheumatica – PMR) จำเป็นต้องได้รับการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม

  • เส้นประสาทถูกกดทับ
    ภาวะ Cervical Radiculopathy มักเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังคอเสื่อมหรือแยก ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ ส่งผลให้มีอาการเหน็บชา เจ็บร้าวจากคอถึงแขน และแขนอ่อนแรง การรักษาอาจใช้ยาบรรเทาปวด กายภาพบำบัด หรือในบางกรณีต้องผ่าตัด

  • การติดเชื้อในคอ
    การติดเชื้อไวรัสอาจทำให้ท่อน้ำเหลืองบวม จนเกิดอาการปวดคอได้ นอกจากนี้ยังมีโรคอื่น ๆ เช่น วัณโรค กระดูกอักเสบ หมอนรองกระดูกอักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยมักมีอาการไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง หรือคอเคล็ดร่วมด้วย

วิธีรักษาอาการปวดคอ บ่า ไหล่

  • การปรับพฤติกรรม
    ปรับท่านั่งและท่านอนให้ถูกหลักสรีระ พร้อมยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง

  • กายภาพบำบัด
    ใช้เทคนิคหลากหลาย เช่น อัลตราซาวนด์ ประคบอุ่น กระตุ้นไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) หรือ Shockwave Therapy ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อน เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน

แนวทางป้องกันอาการปวดคอ บ่า ไหล่

  • หลีกเลี่ยงการเกร็งคอท่าเดิมเป็นเวลานาน
  • ไม่สะบัดคอแรง ๆ เพื่อแก้เมื่อ
  • เลือกหมอนที่ไม่สูงเกินไป
  • จัดโต๊ะ เก้าอี้ และหน้าจอให้เข้ากับสรีระ
  • บริหารคอและไหล่เพื่อเพิ่มความแข็งแรงสม่ำเสมอ
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อลดการตึง
  • นวดผ่อนคลายเพื่อลดอาการปวดเมื่อย

Discover more from Yoo En Care

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading